พื้นฐาน 6 นาทีในการอ่าน 2026-06-15

Pip, Lot, Volume คืออะไร? วิธีคำนวณกำไรขาดทุนสำหรับมือใหม่

อธิบาย pip, lot และ volume แบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีคำนวณกำไรขาดทุนจริงด้วยตัวอย่างทองคำและดัชนี รวมถึงมูลค่าของ 1 lot ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเปิดออเดอร์

สรุป — พิป (pip) คือหน่วยที่เล็กที่สุดที่ราคาขยับ ล็อต (lot) คือหน่วยขนาดของออเดอร์ และ Volume คือจำนวนล็อตที่เราเปิด ทั้งสามอย่างนี้รวมกันเป็นตัวกำหนดว่ากำไรหรือขาดทุนแต่ละครั้ง "คิดเป็นเงินเท่าไร" การเข้าใจตรงนี้คือพื้นฐานที่ต้องมีก่อนเปิดออเดอร์ เพราะมันคือสิ่งที่กำหนดความเสี่ยงจริง ๆ ของเรา

Pip × Lot = กำไร/ขาดทุน — มูลค่าต่อ pip ตามขนาด lot (1.0/0.1/0.01)
Pip × Lot = กำไร/ขาดทุน (มูลค่าต่อ pip ตามขนาด lot)

พิป (Pip) คืออะไร

พิป คือหน่วยที่เล็กที่สุดในการวัดการเคลื่อนไหวของราคา สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ 1 พิปคือการเปลี่ยนแปลงที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 เช่น EUR/USD ขยับจาก 1.1000 ไปเป็น 1.1001 เท่ากับ 1 พิป

แต่สินค้าแต่ละชนิดก็นับ “หน่วยการขยับ” ต่างกันไป เช่น

  • ทองคำ (XAUUSD) มักนับการขยับเป็น “จุด” จุดละ 0.01 หรือ 0.1 ดอลลาร์ แล้วแต่แพลตฟอร์ม
  • ดัชนี (Nasdaq, Hang Seng) มักนับเป็น “จุดดัชนี” หน่วยละ 1 จุด

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ พิปหรือจุดเป็นแค่หน่วยวัดระยะทางของราคา ไม่ใช่จำนวนเงิน ส่วนเงินที่ได้หรือเสียจริงนั้นขึ้นอยู่กับขนาดออเดอร์ของเราด้วย

ล็อต (Lot) และ Volume คืออะไร

ล็อต คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้บอกขนาดของสัญญา ส่วน Volume คือจำนวนล็อตที่เราเลือกเปิดในออเดอร์นั้น โดยทั่วไปในตลาด forex/CFD จะแบ่งขนาดล็อตออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังนี้

ประเภท lotขนาด (โดยทั่วไป)
Standard lot1.00
Mini lot0.10
Micro lot0.01

ยิ่ง Volume มากเท่าไร ทุก ๆ พิปที่ราคาขยับก็ยิ่งมีค่าเป็นเงินมากขึ้นเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม การเลือกขนาดล็อตถึงเป็นการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด สำคัญยิ่งกว่าตัวเลขเลเวอเรจที่หลายคนมักให้ความสนใจกันเสียอีก

วิธีคำนวณกำไรขาดทุน

สูตรพื้นฐานที่ใช้ได้กับสินค้าเกือบทุกชนิดคือ

กำไร/ขาดทุน = (ระยะที่ราคาขยับเป็นจุด) × (มูลค่าต่อจุด) × (จำนวนล็อต)

ลองมาดูตัวอย่างจริง 2 กรณี

ตัวอย่างทองคำ (XAUUSD) — สมมติว่าที่ 1 ล็อต ทุกการขยับ 1 ดอลลาร์ของราคาทองคำมีค่าประมาณ 100 ดอลลาร์ ถ้าเราเปิด 0.10 ล็อต แล้วทองขึ้น 5 ดอลลาร์

  • 5 × 100 × 0.10 = กำไร 50 ดอลลาร์
  • แต่ถ้าทองลง 5 ดอลลาร์ ก็จะกลายเป็น ขาดทุน 50 ดอลลาร์

ตัวอย่างดัชนี Nasdaq — สมมติว่าที่ 1 ล็อต ทุก ๆ จุดดัชนีมีค่าประมาณ 1 ดอลลาร์ ถ้าเราเปิด 1 ล็อต แล้วดัชนีขยับ 30 จุดไปในทิศทางที่ถูก

  • 30 × 1 × 1 = กำไร 30 ดอลลาร์

ตัวเลขมูลค่าต่อจุดจะต่างกันไปตามโบรกเกอร์และสเปกของสัญญา ดังนั้นควร เช็กสเปกของสินค้านั้น ๆ ก่อนเสมอ การฝึกในบัญชีเดโมด้วยเงินจำลองจะช่วยให้เราเห็นตัวเลขจริงขยับตามขนาดล็อต ก่อนจะลงสนามด้วยเงินจริง

ใช้ตัวเลขนี้กำหนดขนาดออเดอร์

ตรงนี้แหละคือจุดที่ทุกอย่างมาเชื่อมโยงกัน เมื่อเรารู้ว่าแต่ละจุดมีค่าเท่าไร เราก็คำนวณย้อนกลับได้ว่า ควรเปิดกี่ล็อต เพื่อให้ตอนที่ราคาชน stop loss เราขาดทุนไม่เกินที่รับไหว

ยกตัวอย่าง ถ้าบัญชีของเรามี 1,000 ดอลลาร์ และตั้งกฎไว้ว่าเสี่ยงได้ไม่เกิน 2% (เท่ากับ 20 ดอลลาร์) ต่อหนึ่งออเดอร์ โดย SL อยู่ห่างออกไป 10 จุด เราก็เลือกขนาดล็อตที่ทำให้ 10 จุด × มูลค่าต่อจุด × ล็อต ไม่เกิน 20 ดอลลาร์ วิธีคิดแบบนี้คือหัวใจของ การบริหารความเสี่ยง และเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่อง เลเวอเรจและมาร์จิ้น

พิสูจน์สูตรด้วยตัวเลขที่ขยับจริง

บทความบอกว่า “ควรเช็กสเปกของสินค้านั้น ๆ ก่อนเสมอ” — วิธีที่เร็วที่สุดคือเปิดออเดอร์ทดสอบด้วยเงินจำลองแล้วดูกำไรขาดทุนวิ่ง ลองเปิด XAUUSD ที่ 0.01 ล็อต เทียบกับ 0.10 ล็อต จะเห็นทันทีว่าทองขยับ 1 ดอลลาร์เท่ากัน แต่คิดเป็นเงินต่างกันสิบเท่า จากนั้นลองคิดย้อนกลับตามหัวข้อด้านบน คือกำหนดก่อนว่ายอมเสียกี่ดอลลาร์ แล้วหาขนาดล็อตที่ทำให้ระยะ SL ของคุณพอดีกับตัวเลขนั้น → ทดลองขนาดล็อตบนเดโม

คำถามที่พบบ่อย

พิป (pip) กับ จุด (point) ต่างกันอย่างไร?

ในทางปฏิบัติคนมักเรียกสลับกันไปมา โดย “พิป” นิยมใช้กับคู่สกุลเงิน ส่วน “จุด” มักใช้กับดัชนีและสินค้าอื่น ๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจว่าหนึ่งหน่วยของสินค้านั้น ๆ คิดเป็นเงินเท่าไรต่อ 1 ล็อต

เปิดล็อตได้เล็กที่สุดเท่าไร?

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เปิดให้ได้ต่ำสุดที่ 0.01 ล็อต (micro) ซึ่งเหมาะกับมือใหม่มาก เพราะแต่ละจุดมีค่าเป็นเงินไม่มาก ทำให้ฝึกฝนและควบคุมความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น

ทำไมต้องคำนวณก่อนเปิดออเดอร์?

เพราะถ้าไม่คำนวณ ก็เท่ากับว่าเรากำลังเทรดโดยไม่รู้เลยว่าออเดอร์นี้เสี่ยงเป็นเงินจริงเท่าไร นักเทรดที่อยู่รอดในตลาดได้นั้นจะรู้ตัวเลขขาดทุนสูงสุดของออเดอร์ตัวเองก่อนกดเปิดเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง → ฟอเร็กซ์คืออะไร — คู่มือมือใหม่ · การบริหารความเสี่ยง · Stop Loss และ Take Profit · ต้นทุนการเทรดและสเปรด

※ เนื้อหานี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชักชวนการลงทุน เงื่อนไขการเทรด (เวลาเทรด มาร์จิ้น ค่าธรรมเนียม ค่า tick ฯลฯ) แตกต่างกันตามโบรกเกอร์ เวลา และช่วงเวลาออมแสง โปรดตรวจสอบกับโบรกเกอร์ของคุณก่อนเทรด การเทรดอนุพันธ์อาจทำให้ขาดทุนเกินเงินที่ฝากไว้